วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554

กวีประชาไท: สาส์นถึงผู้สั่งฆ่า..ประชาชน!

กวีประชาไท: สาส์นถึงผู้สั่งฆ่า..ประชาชน!

Thu, 2011-04-21 20:43

มณีกวิณ

 

 นี่คือเสียงของผู้เขียนสาส์น

ที่เขียนขึ้นจากความร้าวรานของชาวไพร่

มาเรียกร้อง ชุมนุม กลับถูกเขาสั่งยิงตาย

เพื่อยับยั้งความฉิบหายของตนเอง

 

นี่คือเสียงของผู้เขียนสาส์น

เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ที่ถูกข่มเหง

ไพร่ฟ้า ถูกกดหัวไว้ ให้กลัวเกรง

เพียงเพื่อให้ไอ้กุ๊ยนักเลงมันบีฑา

 

ถือว่าตัวมันเองมีอำนาจ

กระทำการอุกอาจอย่างหาญกล้า

สั่งการเข่นฆ่าปวงประชา!

แล้วยังลอยหน้าลอยตา..ไม่รับรู้??

 

ในนามแห่ง...ประชาชน

ขอสาปแช่งมันทุกคน...ทุกผู้

ขอให้มันทุกข์ทน..ร้องขอความตายซะดีกว่ามีชีวิตอยู่

ตกนรกและสิงสู่ที่นั่นชั่วกัปชั่วกัลป์

 

จะนั่งจะนอนก็ขอให้ร้อนรุ่ม

ดั่งมีไฟสุมอยู่ใต้นั้น

กินน้ำก็ขอให้สำลักกระอักพลัน

กินข้าวนั่นก็แค้นข้นจนปางตาย!

 

จะตื่นก็ขอให้มีแต่ความหวาดกลัว

จะหลับก็ขอให้รอบตัวมีแต่ฝันร้าย

ไม่ว่ามันมีชีวิตอยู่หรือปางตาย

ก็ขอให้มันทุกข์ทุรนทุรายเท่าๆกัน!

 

สาส์นคำสาปถึงผู้เข่นฆ่า..ประชาชน

ขอให้ตกแก่มันทุกผู้ทุกคนให้ได้หวาดหวั่น

ขอคำคั่งแค้นนี้สัมฤทธิ์ผลโดยพลัน

ขอให้มันผู้นั้นมีอันเป็นไป ณ บัดนี้!

 

ขอคำคั่งแค้นนี้สัมฤทธิ์ผลโดยพลัน

ขอให้มันผู้นั้นมีอันเป็นไป ณ บัดนี้!


วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553

พลาดท่าเขาเอง


พลาดท่าเขาเอง

Posted: December 10, 2010 by ThaiukPress in หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

ถ้า ทักษิณ ชินวัตร บินเข้าสหรัฐอเมริกา และสามารถบินออกมาได้

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะตกอยู่ในสภาพไหนในประเทศไทยและจะเป็นอย่างไรต่อไปในโลก

แน่ นอนว่า…ฝ่าย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องเสียหน้าอย่างหนัก เพราะการบินเข้าบินออกจากสหรัฐอเมริกาของ ทักษิณ ชินวัตร นั้น มันสวนทางกับการตั้งข้อหาและฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

แน่นอนว่า…เมื่อสหรัฐอเมริกาไม่ตอบรับว่า ทักษิณชินวัตร คืออาชญากรข้ามชาติ ทุกๆ ประเทศในโลกก็คงจะต้องทำแบบเดียวกัน

รัฐบาลไทยจะอยู่อย่างไร ในสถานะที่ถูกเยาะเย้ยถากถาง ทั้งจากในประเทศและนอกประเทศ

เพราะ เราไปตั้งข้อหาว่า ทักษิณ เป็นผู้ก่อการร้าย…รัฐสภาสหรัฐฯ และสมาชิกสภาในกรรมาธิการจึงต้องแสวงหาความจริงว่า…เขาเป็นผู้ก่อการร้าย จริงหรือไม่

กลายเป็นว่า…รัฐบาลไทยปัจจุบันนี้ต่างหากที่ทำวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาให้กับทักษิณ

และ หากว่า…กรรมาธิการเขาฟังแล้วมีความเห็นว่า…ข้อหาดังกล่าวไม่เข้า ข่ายเป็นผู้ก่อการร้าย เขาก็จะได้รับการคุ้มครองในฐานะผู้ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เป็นผู้ที่ยูเอ็นจะให้การรับรองดูแลอย่างที่ ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง เคยได้รับการดูแล

ต้องไม่ลืมว่า…ก่อนเป็นผู้ถูกกล่าวหาและต้องคำ พิพากษานั้น เขาคือผู้รักษาการณ์ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยและได้อำนาจมาจากการ เลือกตั้งอย่างถล่มทลาย

ประเทศประชาธิปไตยทั้งหลายในโลกเขายินดีและยอมรับกับสิ่งนี้ และเขาปฏิเสธอำนาจที่มาจากการใช้อาวุธและเป็นเผด็จการ

และ ที่สำคัญศาลที่พิพากษากล่าวโทษเขาก็รับคำฟ้องจากคณะกรรมการที่ฝ่าย ทหารตั้งขึ้น มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่มือกฎหมายระดับโลกอย่าง อัมสเตอร์ดัม ทนายความของทักษิณจะยกมาเป็นข้อต่อสู้และเอาชนะ

จะเห็นได้ว่า…ใน ช่วงเวลา 2 ปีของการต่อสู้กันระหว่างนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นั้น อภิสิทธิ์ เป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวและกลายเป็นว่าถูกกล่าวหาในข้อหาที่ร้ายแรงอย่าง ยิ่งคือการเข่นฆ่าประชาชน

และมีตัวอย่างผู้นำประเทศที่ต้องคดีและติดคุกอยู่ บางท่านก็ตายอย่างมีปริศนาในระหว่างถูกจองจำ

วิธี การที่ดีที่สุดก็คือ….รัฐบาลขอให้อดีตนายกรัฐมนตรีไม่เดินทางไป สหรัฐอเมริกา แต่ ทักษิณจะยอมสูญเสียโอกาสที่จะฟอกตัวในเวทีโลกกระนั้นหรือ

สำหรับ พวกเราคนไทยทั้งหลาย…ก็ได้แต่นั่งรอดูอยู่ในชั้นริงไซด์…ดูเขา ทั้งหลายต่อสู้เข่นฆ่ากัน…เพราะใครเป็นใคร ใครมีสถานะแห่งจิตใจเป็นเช่นไร…สะอาดและสกปรกโสโครกขนาดไหน ก็จะได้เห็นกัน เห็นกันแบบ จะจะ

สัตว์การเมืองทั้งหลายกำลังลอกคราบเปลือยร่างกันอยู่


 

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

AMAY DAW SU.wmv

A freedom song dedicated to Our First lady Daw Aung San Su Kyi , who was just recently released from under house arrest. A request fulfilled by the story telling Legend *Lashio Thein Aung Jimmy Jack*

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ทนาย "ทักษิณ" ย้ำ 13 แกนนำนปช.บริสุทธิ์

ทนาย “ทักษิณ” ย้ำ 13 แกนนำนปช.บริสุทธิ์

สำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัม เผยแพร่จดหมายผ่านทางเว็บไซต์ www.robertamsterdam.com ย้ำ13แกนนำนปช.บริสุทธิ์ ไล่บี้รัฐบาลแจงหลักฐานสลายการชุมนุม

     ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 1 ก.ค.สำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัม แอนด์ เปรอฟ ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ว่าจ้างเพื่อต่อสู้คดีตามข้อกล่าวหาผู้ก่อการร้าย ได้เผยแพร่จดหมายผ่านทางเว็บไซต์ www.robertamsterdam.com โดยจดหมายฉบับดังกล่าวเป็นการแปลจากภาษาอังกฤษซึ่งได้ถูกเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์เดียวกันเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา

     จดหมายดังกล่าวระบุ ส่งถึงบุคคล ซึ่งประกอบด้วย นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความ ปรองดองแหงชาติ ,ดร.กิติพงษ์ กิติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขานุการคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ, นายธาริต เพ็งดิษ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีกรรมการ ศอฉ. ,นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

     เรื่องการดำเนินการสอบสวนกรณีที่มีผู้เสียชีวิตระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคน เสื้อแดง (เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2010) โดยเนื้อหาสรุปว่า “ท่านสุภาพบุรุษสำนักงานกฎหมายแห่งนี้เป็นทนายความของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร และเป็นที่ปรึกษาของทีมทนายความไทยของสมาชิกของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการหรือ นปช. ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดกฎหมายอาญา เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ ในเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม 2010 สำนักงานฯ เข้าใจว่า แต่ละท่านที่ระบุชื่อไว้ข้างต้นมีฐานะเป็นผู้แทนหน่วยงานของรัฐบาลไทยแห่งใด แห่งหนึ่งซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อการดำเนินการสอบสวนคดีอาญาที่มี การกล่าวหาต่อลูกความของสำนักงานฯ

     วัตถุประสงค์ของหนังสือฉบับนี้ ก็เพื่อเป็นการย้ำถึงสิทธิของลูกความของสำนักงานฯ ในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศในการที่ รัฐบาลทำการสอบสวนและดำเนินคดีอาญาเนื่องจากความเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของ กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายระหว่างประเทศรวมถึง และไม่จำกัดเพียงการดำเนินการตรวจสอบบรรดาข้อเท็จจริงทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง กับข้อกล่าวหาในคดีอาญาที่มีต่อลูกความของสำนักงานฯ อย่างเต็มที่ เป็นธรรมและสมบูรณ์ ซึ่งย่อมรวมถึงการตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างละเอียดถึงความเหมาะสมและความ สมควรแก่เหตุของการใช้กำลังของหน่วยงานของรัฐบาลไทยที่กระทำต่อการชุมนุม

     สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิทางการเมืองและสิทธิของพลเรือน (International Covenant on Civil and Political Rights หรือ ICCPR) ซึ่งประเทศไทยก็เป็นประเทศตกลงเข้าผูกพัน มีข้อกำหนดให้หลักประกันแก่ลูกความของสำนักงานฯ ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการได้รับสิทธิที่จะต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม (fair treatment in the conduct of their defense)[1] นอกจากนี้ ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ICCPR ยังรับรองสิทธิที่จะได้รับคำแนะนำ คำปรึกษาทางกฎหมายจากทนายความที่ลูกความของสำนักงานฯ ต้องการอย่างมีอิสระ และยังรับรองสิทธิผ่านทางทนายความและผู้เชี่ยวชาญอิสระที่จะตรวจสอบและทำการ ทดสอบบรรดาพยานหลักฐานทั้งปวงที่รัฐใช้อ้างในการกล่าวหาและดำเนินคดีลูกความ ของสำนักงานฯ

     สำหรับ กรณีของลูกความบางรายของสำนักงานฯ สิทธิที่จะทำการตรวจสอบพยานหลักฐานย่อมเกี่ยวพันไปถึงข้อเท็จจริงที่เกิด ขึ้นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของบุคคลจำนวน 90 รายที่เกิดขึ้นในระหว่างที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ลูกความของสำนักงานฯ จำนวน 13 รายถูกตั้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาว่าเป็นผู้เกี่ยวพันหรือก่อให้เกิดการใช้ กำลังและความรุนแรง ดังนั้น ข้อเท็จจริง ข้อมูล และพยานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และโดยพฤติเหตุแวดล้อมกับการเสียชีวิตของพลเรือนและทหารในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเกี่ยวพันโดยตรงกับการตั้งข้อกล่าวหาของรัฐบาลไทย นอกจากนี้แล้ว พยานหลักฐานจะเป็นตัวพิสูจน์ว่า รัฐบาลไทยได้ปฏิบัติต่อประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงอย่าง เหมาะสมและโดยสมควรแก่เหตุหรือไม่ และยังเป็นสิ่งที่จะพิสูจน์ว่าการใช้กำลังเข้าสังหารพลเรือนโดยรัฐบาลไทย เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ และการใช้กำลังของรัฐบาลไทยดังกล่าวเป็นเหตุชนวนที่ก่อให้เกิดการใช้ความ รุนแรงหรือไม่ ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นและเกี่ยวข้องโดยตรงในการพิสูจน์ความ บริสุทธิ์ของลูกความของสำนักงานฯ อย่างน้อย 13 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาอย่างร้ายแรงซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหาร ชีวิต

     นอกจากนี้ เป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า ประเทศไทยมีภาระหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศที่จะต้องทำการสอบสวนการกระทำ ความผิดกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ และหากพบว่า มีการกระทำความผิด ประเทศไทยก็มีภาระหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นหลักกฎหมาย aut dedere aut judicar หรือ duty to prosecute or extradite ซึ่งเป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่ระบุไว้โดยชัดแจ้งในสนธิสัญญาแห่งกรุงเจ นีวา ปี 1949 (the Geneva Convention of 1979) ในสนธิสัญญาสหภาพยุโรปว่าด้วยการก่อการร้ายปี 1977 (European Terrorism Convention of 1977) ในสนธิสัญญาว่าด้วยตัวประกัน (Hostages Convention of 1979) ในสนธิสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการประทุษร้ายปี 1984 (Anti-Torture Convention of 1987) และสนธิสัญญาแห่งนครนิวยอร์ค ว่าด้วยอาชญากรรมต่อบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศปี 1973 (the New York Convention of Crime against Internationally Protected Person of 1973)

     การดำเนินการของรัฐบาลไทยที่เป็นการละเมิดหลักประกันต่อพลเรือนว่าจะไม่ถูกกระทำวิสามัญฆาตกรรมและ การกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ตามอำเภอใจ อาจเป็นการกระทำที่เป็นอาชญากรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ แม้ว่าการกระทำต่างๆ ของรัฐบาลจะอ้างว่าเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเหตุกรณีพิเศษ

     ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลไทยจึงมีภาระหน้าที่ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่จะทำการสืบสวนสอบสวน อย่างเต็มที่ ครบถ้วน และเป็นธรรม สำหรับเหตุการณ์ที่มีการสังหารพลเรือนมากกว่า 80 ราย โดยหน่วยงานของรัฐบาลไทยในระหว่างที่มีการใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วย สถานการณ์ฉุกเฉินต่อประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และมีหน้าที่ต้องดำเนินคดีต่อบุคคลใดๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบสั่งการให้มีการดำเนินการ จนเป็นเหตุให้มีการเสียชีวิตของพลเรือนดังกล่าว

     นอกจากนี้ ในสภาวการณ์เช่นนี้ รัฐบาลไทยจะต้องให้องค์กรที่เป็นอิสระและมีความเป็นกลางทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพราะ

     “จะต้องมีการใช้กลไกของฝ่ายบริหารโดยเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เกิดหน้าที่โดยทั่วไปในการตรวจสอบข้อกล่าวหาถึงการละเมิดกฎหมายโดย ทันที โดยละเอียดรอบครอบและอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านทางองค์กรที่เป็นอิสระและมีความเป็นกลาง

     และเป็นหน้าที่ที่ชัดเจนตามหลัก กฎหมายระหว่างประเทศว่า หากการสอบสวนแสดงว่ามีการละเมิดสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองตามสนธิสัญญาหรือ ข้อตกลงระหว่างประเทศ รัฐมีหน้าที่ต้องดำเนินคดีเพื่อทำให้เกิดความยุติธรรม การที่รัฐบาลล้มเหลวในการดำเนินการเช่นนี้

     “อาจถือเป็นการกระทำละเมิดต่อภาระหน้าที่ต่อสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ภาระหน้าที่ของรัฐมีอย่างชัดเจนโดยเฉพาะต่อการละเมิดกฎหมายที่ถือว่าเป็น อาชญากรรมทั้งภายใต้กฎหมายภายในประเทศและภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ เช่น ในเรื่องการประทุษร้ายและการปฏิบัติต่อพลเรือนด้วยความทารุณโหดร้าย ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน (มาตรา 7) และ การฆาตกรรมตามอำเภอใจและเลือกปฏิบัติ (มาตรา 6)”

     นอกจากนี้ ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (the Human Rights Committee of the United Nations) ได้กำหนด

     “อาจมีสถานการณ์ที่หากรัฐไม่ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามมาตรา 2 ของสนธิสัญญาจะนำไปสู่การกระทำอันถือว่าเป็นการละเมิดสนธิสัญญาโดยรัฐ เนื่องจากการที่รัฐปล่อยหรือละเลยที่ใช้มาตรการที่ปฏิบัติภาระหน้าที่ด้วย ความระมัดระวังในการป้องกัน ลงโทษ ตรวจสอบหรือเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดเหล่านั้น”

     ภายใต้หลักการของกฎหมายระหว่าง ประเทศดังกล่าว ลูกความของสำนักงานฯ และคณะทนายความที่ดำเนินการสู้คดีแก่ลูกความเหล่านี้จึงมีสิทธิที่จะร้องขอ และโดยหนังสือฉบับนี้ถือเป็นร้องขอต่อรัฐบาลไทยและท่านให้ดำเนินการดังต่อไป นี้

     1.ให้ท่านดำเนินการผ่านทางองค์กร ที่มีความอิสระและเป็นกลาง สืบสวนสอบสวนถึงการใช้กำลังอาวุธโดยหน่วยงานของรัฐบาลไทยที่กระทำต่อประชาชน ผู้ร่วมการชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงในระหว่างเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2010 ในกรุงเทพฯ (“การชุมนุม”) อย่างเต็มที่ เป็นธรรมและโดยสมบูรณ์

     2.ให้ท่านเก็บรักษาพยานหลักฐาน ต่างๆ ทั้งวัตถุพยาน พยานในทางนิติเวช เอกสาร เทปบันทึกภาพและเสียงที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานราชการของไทยที่ เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม คำร้องขอนี้รวมไปถึงบรรดาพยานหลักฐานของหน่วยงานของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการ เตรียมการ การวางแผน และการปฏิบัติการ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม รวมถึงพยานหลักฐานที่อาจบ่งชี้ถึงการกระทำที่อาจเป็นการผิดกฎหมายอาญา ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร หรือบรรดาแกนนำ นปช. ในส่วนที่เกี่ยวกับการชุมนุม

     3. ขอให้ท่านเปิดเผยรายละเอียดของพยานหลักฐานต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในวรรค 2 ต่อคณะทนายความของลูกความของสำนักงานฯ โดยละเอียดและในทันที คำร้องขอให้เปิดเผยพยานหลักฐานนี้รวมถึงแถลงการณ์จากตำรวจ และ/หรือทหาร รวมทั้งแถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่ของรัฐตามลำดับชั้นของการสั่งการของเจ้า หน้าที่ของรัฐบาลไทยที่เกี่ยวข้องหรือโต้ตอบต่อการชุมนุม

     4.ขอให้ท่านได้อนุญาตและเปิดโอกาสให้ลูกความของสำนักงานฯ โดยการดำเนินการแทนโดยคณะทนายความในการที่จะตรวจสอบ

     ก.บรรดาวัตถุพยานต่างๆ และทำการชันสูตรและวิเคราะห์หลักฐานในทางนิติเวชโดยอิสระ ซึ่งรวมถึงการชันสูตรศพ การทดสอบการใช้ยุทธภัณฑ์ทหาร และการวิเคราะห์วิถีกระสุนที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นใน ระหว่างการชุมนุม

     ข.บรรดาพยานหลักฐานทั้งปวงที่ เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาลูกความของสำนักงาน รวมถึงการสอบปากคำ การไต่สวน คำให้การของพยาน รายงานการชันสูตรและรายงานวิถีกระสุน รายงานของผู้เชี่ยวชาญ และพยานหลักฐานอื่นๆ ที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงแถลงการณ์โดยตำรวจ ทหาร และ/หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวกับการสั่งการในเรื่องการใช้กำลังในการ สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

     ค.บรรดาพยานผู้เชี่ยวชาญและบรรดาพยานอื่นๆ ซึ่งหน่วยงานของรัฐบาลไทยใช้เป็นหลักฐานในการตั้งข้อกล่าวหา และ

     ง.บรรดารายงานผู้เชี่ยวชาญทางทหาร ข้อมูลข่าวกรอง และรายงานการสอบสวนอื่นๆ ที่หน่วยงานของรัฐบาลไทย จัดเตรียมขึ้นมาเพื่อใช้กับการชุมนุมของคนเสื้อแดง

     5. ให้ท่านอนุญาตให้คณะทนายความผู้ดำเนินการแทนลูกความของสำนักงานฯ เข้าร่วมในการสัมภาษณ์การสอบปากคำพยาน หรือการสอบสวนบุคคลใดๆ โดยหน่วยงานของรัฐบาลไทยในการดำเนินการสอบสวน ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ศอฉ. คณะกรรมการฯ หรือคณะทำงานด้านการสืบสวนสอบสวนใดๆ ของทางการในส่วนที่เกี่ยวกับการชุมนุม

     6. ให้ท่านดำเนินการเปิดโอกาสให้คณะทนายความของลูกความของสำนักงานฯ เข้าถึงเพื่อการตรวจสอบเอกสารหลักฐานดังรายการที่ระบุไว้ข้างท้ายนี้ในส่วน ที่เกี่ยวกับการดำเนินการต่อการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

     ก.บรรดาเอกสารของหน่วยงานราชการหรือทหารเกี่ยวกับยุทธวิธีในการจัดการกับการ ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง (ที่เรียกกันว่าเป็น “แผนการหลัก”) จนนำไปสู่เหตุวุ่นวาย

     ข.บรรดาเอกสารของหน่วยงานราชการหรือทางทหารเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ทางการทหารในการจัดการสลายการชุมนุมตามแผนการหลักข้างต้น

     ค.บรรดาเอกสารของหน่วยงานราชการหรือทางทหารเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การปฏิบัติ การของทหารในการจัดการสลายการชุมนุมตามยุทธศาสตร์ทางการทหาร

     จ.บรรดารายงานและการวิเคราะห์ต่างๆ ที่อาจใช้โดยทหาร เพื่อเป็นฐานในการออกคำสั่งในทางปฏิบัติ เพื่อทำการสลายการชุมนุม รวมถึงรายงานข่าวกรองและการวิเคราะห์ความเสี่ยงต่างๆ

     ฉ.บรรดาคำสั่งปฏิบัติการณ์ของหน่วยงานต่างๆ ของกองทัพที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม

     ช.บรรดาข้อมูลที่เกี่ยวกับคำสั่งทั้งด้วยวาจาและที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ สั่งต่อหน่วยงานต่างๆ ของกองทัพเกี่ยวกับการใช้กำลังเพื่อการสลายการชุมนุม

     ซ.บรรดาเอกสารทางการหรือทางทหาร ซึ่งระบุลำดับชั้นของการบังคับบัญชาภายในกองทัพไทยในส่วนที่เกี่ยวกับการสลายการชุมนุม

     ฌ.บรรดาเอกสารทางการหรือทางทหาร ซึ่งระบุการบรรยายสรุปที่จัดต่อหน่วยงานต่างๆ ของกองทัพ รวมถึงหน่วยหน้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม

     ญ.บรรดาเอกสารทางการหรือทางทหาร ซึ่งแสดงถึงหน่วยงานในกองทัพที่มีส่วนเกี่ยวพันโดยเฉพาะเจาะจงในการสลายการ ชุมนุม รวมถึงการอธิบายถึงบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานดังกล่าว

     ฎ.บรรดาเอกสารทางการเมืองหรือทางทหารที่แสดงถึงขั้นตอนการปฏิบัติการที่เป็น มาตรฐานของกองทัพหรือกองกำลังของไทยในการจัดการกับการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงรายงานสถานการณ์เบื้องต้น (first impression report) หรือรายงานหลังเกิดเหตุการณ์ (after action report) ที่มีการจัดทำขึ้นและ

     ฏ.บรรดาเอกสารทางการหรือทางทหารที่อยู่ภายในประเภทที่ระบุไว้ในวรรค 6 (ก) - (ฎ) ข้างต้น ซึ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์อื่นๆ ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับการชุมนุม

     7. ให้ท่านให้คณะทนายความของลูกความของสำนักงานฯ มีโอกาสที่จะเข้าถึงวัตถุพยานและรายงานทางนิติเวชดังต่อไปนี้

     ก.บรรดาข้อมูลทางการแพทย์ของการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของทหาร

     ข.บรรดาข้อมูลทางการแพทย์ของการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของพลเรือน

     ค.การศึกษาและทดสอบวิถีกระสุน

     ง.บันทึกภาพและบันทึกเสียงที่เกี่ยวกับการชุมนุม รวมถึงบันทึกภาพและเสียงของหน่วยงานรัฐบาลไทยในการสลายการชุมนุม

     จ.บรรดาข้อมูลที่เกี่ยวกับคำสั่งที่มีต่อหน่วยงานของกองทัพเรื่องการเข้าถึง ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่พลเรือนในระหว่างการชุมนุม

     ฉ.รายงานการชันสูตรศพ ซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการชุมนุม รวมถึงรายงานการชันสูตรศพที่ทำโดยแพทย์ทางด้านนิติเวชและ

     ช.บรรดาแถลงการณ์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ศอฉ. คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือคณะกรรมการชุดอื่นๆ ที่ตั้งขึ้นโดยรัฐที่เกี่ยวกับการชุมนุม

     8.ให้ท่านดำเนินการให้ความสะดวกแก่คณะทนายความของลูกความของสำนักงาน ในการสัมภาษณ์บุคคลดังต่อไปนี้

     ก.บรรดาผู้บัญชาการผู้บังคับการของหน่วยงานของกองทัพที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติการที่เกี่ยวกับการชุมนุม

     ข.บรรดาผู้นำทางการเมืองที่มีอำนาจสั่งการกองทัพในการเข้าสลายการชุมนุม และ

     ค.บรรดาพยานผู้เชี่ยวชาญที่หน่วยงานของรัฐบาลไทยเชื่อถือ โดยรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์

     สำนักงานฯ หวังว่ารัฐบาลไทยจะปฏิบัติหน้าที่ตามภาระหน้าที่ที่มีและผูกพันไว้ภายใต้ กฎหมายระหว่างประเทศ และด้วยเหตุนี้ เราจะรอฟังคำตอบจากท่านภายใน 10 วันข้างหน้า

http://www.siamrath.co.th/?q=node/40011



--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com

ฮือฮา!เงินเบี้ยเลี้ยงทหารศอฉ.มากกว่าทหาร 3 จ.ใต้

ฮือฮา!เงินเบี้ยเลี้ยงทหารศอฉ.มากกว่าทหาร 3 จ.ใต้

กมธ.ทหาร ถกงบศอฉ. ชี้เกิดความเหลื่อมล้ำในกองทัพสูง เหตุเบี้ยเลี้ยงทหาร-ตร.ในกทม.มากกว่าภาคใต้ ด้าน สำนักงบฯ รับมีการเบิกจ่ายไปแล้วมากกว่าพันล้าน แจง มีหน้าที่จ่ายอย่างเดียวหลังกองทัพตกลงกับคลัง เตรียมเรียกคลังมาชี้แจง

     ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยเป็นประธาน เป็นการพิจารณาเรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ ประมาณ 2553 ในส่วนของงบกลาง ซึ่งทางกมธ.ให้ความสนใจในประเด็นการเบิกจ่ายงบประมาณของศูนย์อำนวยการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

     ทั้งนี้ การประชุมกมธ.ส่วนใหญ่ได้สอบถามตัวแทนจากสำนักงบประมาณว่าตั้งแต่มีการ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและตั้งศอฉ. ขึ้นมามีการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อใช้ในการบริหารจัดการไปแล้วทั้งหมดเท่าไหน และสอบถามว่าทำไมตัวเลขเบี้ยเลี้ยงของกำลังพลทหารและตำรวจที่ทำงานให้กับ ศอฉ. กับผู้ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงแตกต่างกันมากเพราะ กำลังพลของศอฉ.ได้รับวัน 400 บาท ขณะที่ในพื้นที่ภาคใต้ได้เพียง 210 บาทเท่านั้น  

     โดยผู้ที่มาชี้แจงประกอบด้วย นายธรรมศักดิ์ สัมพันธ์สันติกุล ผอ.สำนักจัดทำงบประมาณด้านบริหาร นาง ดวงตา ตันโช ผอ.ส่วนสำนักนโยบายและงบกลาง น.ส. กัลยา ฟองสมุทร ผอ.สำนักจัดทำงบประมาณด้านความมั่นคง และ นาย สารสิน ศิริถาพร ผอ.ส่วนงบประมาณกลาโหม ชี้แจงไปในทางเดียวกันว่ายังไม่ได้สรุปตัวเลขงบประมาณดังกล่าวอย่างเป็นทาง การเพราะตอนนี้ ศอฉ.ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่แต่คาดว่าน่าจะมากกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนเรื่องเบี้ยเลี้ยงนั้นเป็นข้อตกลงที่กองทัพบกและหน่วยงานความมั่นคงได้ มาทำความตกลงไว้กับกระทรวงการคลังและเสนอมาให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณ ให้ตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้

      พ.ต.ท.สมชาย กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมกมธ.ในสัปดาห์หน้าวันที่ 8 ก.ค.จะเชิญผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง การคลังมาชี้แจงมาชี้แจงถึงความจำเป็นในการจัดสรรงบประมาณจำนวนมากให้กับศอฉ .ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ เพราะส่วนตัวเห็นว่าการยังบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตอนนี้เป็นการทำให้สิ้นเปลืองภาษี ของประชาชนโดยไม่จำเป็นจากการที่ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้กับกำลังพลของศอ ฉ.กว่า 6 หมื่นนายในช่วงที่สถานการณ์คลี่คลายไปแล้ว

     “ประเด็นที่สำคัญ คือ กระทรวงการคลังและรัฐบาลไม่ควรปล่อยให้เกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องตัวเบี้ย เลี้ยงของกำลังพลมากมายขนาดนี้เพราะจะกระทบต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ากำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่สาม จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเสี่ยงมากกว่า” พ.ต.ท.สมชาย กล่าว

http://www.siamrath.co.th/?q=node/39920



--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร? เรื่อง งานลับอเมริกัน โดย กาหลิบ




« เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2010, 06:15:32 PM »


งาน ลับอเมริกัน โดย กาหลิบ
 


คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?
เรื่อง งานลับอเมริกัน
โดย กาหลิบ

ไม่นานมานี้ นักการทูตคนสำคัญของสหรัฐอเมริกาเข้าไปนั่งคุยลับๆ กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าก่อนว่าจะมาพูดอะไร ซึ่งออกจะผิดธรรมเนียมอยู่

และที่น่าสังเกตมากก็คือ ไร้วี่แววของ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีหน้าที่แบบนี้โดยตรง แหล่งข่าวจึงสันนิษฐานว่างานนี้นายกษิตฯ ไม่ได้รับเชิญเข้าร่วม

ตัวแทนของวอชิงตันแกก็พูดตรง เมื่อเจอหน้าอภิสิทธิ์แล้วแกก็บอกว่ามาพูดสองเรื่องเท่านั้น

เรื่องแรกคือการสั่งปราบปรามประชาชนด้วยอาวุธ สงคราม

อภิสิทธิ์ ถามว่าวอชิงตันว่าอย่างไร

ทูตตอบ ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำนั้นและจะยุติการสนับสนุนรัฐบาลไทยทันทีหากเกิดเหตุ ซ้ำสองขึ้นอีก

อภิสิทธิ์ ถามว่า สหรัฐฯ ก็ออกแถลงการณ์มิใช่หรือว่า ไม่เห็นด้วยกับการก่อการร้าย เหตุไฉนการต่อต้านการก่อการร้ายจึงกลับกลายเป็นเรื่องผิดในสายตาสหรัฐฯ ขึ้นมา

ทูตไม่ตอบคำถาม แต่เน้นย้ำว่าการใช้อาวุธสงครามและการปราบปรามประชาชนที่ผ่านมา ชาติของเขาไม่อาจจะยอมรับได้ และเน้นย้ำว่าคราวต่อไปเขาจะแสดงออกอย่างเปิดเผยนะ
ฝ่าย ไทยถาม แล้วประเด็นที่สองคืออะไร

ให้ เลิกไล่ล่าทักษิณได้แล้ว ฝ่ายสหรัฐฯ ตอบ เพราะตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ถือกำเนิดขึ้น งานล่าตัวอดีตนายกรัฐมนตรีกลายเป็นหัวใจของรัฐบาล แทนการบริหารประเทศ นายกรัฐมนตรีและทีมงานรอบตัวให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเกินไป จนความสงบสุขเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ รัฐบาลและผู้สนับสนุนรัฐบาลจะอับปางลงในที่สุด

อภิสิทธิ์ ฟังแล้วก็เงียบ ครั้นจะอธิบายชวนเชื่อแบบไทยๆ ว่าอดีตนายกฯ เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายและทั้งสองเรื่องเป็นประเด็นเดียวกัน ก็เกรงว่าสหรัฐฯ จะงัดหลักฐานที่ฝ่ายเขาก็รวบรวมไว้เหมือนกันออกมาแสดงจนหน้าแตกสลาย

พูดสอง ประเด็นครบแล้วทูตก็ลากลับ

ถามว่า เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ นี้ มีความหมายอย่างไร โดยเฉพาะต่อขบวนประชาธิปไตย เราคงจะแยกได้เป็นข้อๆ

งานนี้ ไม่ได้แปลว่าสหรัฐอเมริกาเกิดจะเป็นคนดีขึ้นมา หลังจากที่ออกแรงสนับสนุนระบอบชั่วในเมืองไทยเพราะมีข้อตกลงลับอันยาวนาน ระหว่างกันตั้งแต่สงครามเย็น แต่เนื่องมาจากพฤติกรรมที่ไม่เห็นแก่ชีวิตจิตใจของเพื่อนร่วมโลก อย่างที่แสดงออกอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๒ ,๑๐ เมษายน และ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นมาจนทำให้น้ำกระเพื่อมทั่วแผ่นดินไทย ทำให้วอชิงตันประเมินสถานการณ์ว่าระบอบไทยกำลังพาตัวเองเข้าสู่มุมอับ

ความ วินาศของระบอบไทยอาจทำให้ผลประโยชน์อันล้นพ้นของสหรัฐฯ ในย่านนี้เสียไปได้ คำเตือนจึงมาถึง
ไม่ได้แปลว่าหันเหกลับมาสนับสนุนฝ่ายประชาชนในบัดนี้ แต่อย่างใด

อีกประการหนึ่งคำเตือนในคราวนี้ไม่ใช่พูดกับนาย อภิสิทธิ์ฯ แต่เป็นการฝากผ่านไปถึงคนที่ใส่โปรแกรมจนฝังหัวของนายอภิสิทธิ์ฯ ว่า การประหัตประหารพี่น้องร่วมชาติเพียงเพราะเขาเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็น มนุษย์และรักประชาธิปไตย เป็นเรื่องถูกต้องและสมควรได้รับรางวัล

ก็คือ เตือนไปถึงยอดของระบอบไทยว่ารู้จักเห็นคุณค่าความเป็นคนของคนอื่นเขาบ้าง นั่นล่ะ
 
เตือนแล้วจะได้ผลแค่ไหนแล้วแต่ความพิการทางใจของคนที่ถูกเตือน

ข้อสำคัญคือเมื่อทำอะไรเกินเลยไปแล้วก็เท่ากับฆ่าตัวตายช้าๆ อยู่ทุกวันจนแม้ แต่สปอนเซอร์ของตัวแท้ๆ เขายังเห็น

 
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com