วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ทนาย "ทักษิณ" ย้ำ 13 แกนนำนปช.บริสุทธิ์

ทนาย “ทักษิณ” ย้ำ 13 แกนนำนปช.บริสุทธิ์

สำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัม เผยแพร่จดหมายผ่านทางเว็บไซต์ www.robertamsterdam.com ย้ำ13แกนนำนปช.บริสุทธิ์ ไล่บี้รัฐบาลแจงหลักฐานสลายการชุมนุม

     ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 1 ก.ค.สำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัม แอนด์ เปรอฟ ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ว่าจ้างเพื่อต่อสู้คดีตามข้อกล่าวหาผู้ก่อการร้าย ได้เผยแพร่จดหมายผ่านทางเว็บไซต์ www.robertamsterdam.com โดยจดหมายฉบับดังกล่าวเป็นการแปลจากภาษาอังกฤษซึ่งได้ถูกเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์เดียวกันเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา

     จดหมายดังกล่าวระบุ ส่งถึงบุคคล ซึ่งประกอบด้วย นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความ ปรองดองแหงชาติ ,ดร.กิติพงษ์ กิติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขานุการคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ, นายธาริต เพ็งดิษ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีกรรมการ ศอฉ. ,นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

     เรื่องการดำเนินการสอบสวนกรณีที่มีผู้เสียชีวิตระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคน เสื้อแดง (เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2010) โดยเนื้อหาสรุปว่า “ท่านสุภาพบุรุษสำนักงานกฎหมายแห่งนี้เป็นทนายความของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร และเป็นที่ปรึกษาของทีมทนายความไทยของสมาชิกของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการหรือ นปช. ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดกฎหมายอาญา เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ ในเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม 2010 สำนักงานฯ เข้าใจว่า แต่ละท่านที่ระบุชื่อไว้ข้างต้นมีฐานะเป็นผู้แทนหน่วยงานของรัฐบาลไทยแห่งใด แห่งหนึ่งซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อการดำเนินการสอบสวนคดีอาญาที่มี การกล่าวหาต่อลูกความของสำนักงานฯ

     วัตถุประสงค์ของหนังสือฉบับนี้ ก็เพื่อเป็นการย้ำถึงสิทธิของลูกความของสำนักงานฯ ในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศในการที่ รัฐบาลทำการสอบสวนและดำเนินคดีอาญาเนื่องจากความเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของ กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายระหว่างประเทศรวมถึง และไม่จำกัดเพียงการดำเนินการตรวจสอบบรรดาข้อเท็จจริงทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง กับข้อกล่าวหาในคดีอาญาที่มีต่อลูกความของสำนักงานฯ อย่างเต็มที่ เป็นธรรมและสมบูรณ์ ซึ่งย่อมรวมถึงการตรวจสอบและวิเคราะห์อย่างละเอียดถึงความเหมาะสมและความ สมควรแก่เหตุของการใช้กำลังของหน่วยงานของรัฐบาลไทยที่กระทำต่อการชุมนุม

     สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิทางการเมืองและสิทธิของพลเรือน (International Covenant on Civil and Political Rights หรือ ICCPR) ซึ่งประเทศไทยก็เป็นประเทศตกลงเข้าผูกพัน มีข้อกำหนดให้หลักประกันแก่ลูกความของสำนักงานฯ ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการได้รับสิทธิที่จะต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม (fair treatment in the conduct of their defense)[1] นอกจากนี้ ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ICCPR ยังรับรองสิทธิที่จะได้รับคำแนะนำ คำปรึกษาทางกฎหมายจากทนายความที่ลูกความของสำนักงานฯ ต้องการอย่างมีอิสระ และยังรับรองสิทธิผ่านทางทนายความและผู้เชี่ยวชาญอิสระที่จะตรวจสอบและทำการ ทดสอบบรรดาพยานหลักฐานทั้งปวงที่รัฐใช้อ้างในการกล่าวหาและดำเนินคดีลูกความ ของสำนักงานฯ

     สำหรับ กรณีของลูกความบางรายของสำนักงานฯ สิทธิที่จะทำการตรวจสอบพยานหลักฐานย่อมเกี่ยวพันไปถึงข้อเท็จจริงที่เกิด ขึ้นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของบุคคลจำนวน 90 รายที่เกิดขึ้นในระหว่างที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ลูกความของสำนักงานฯ จำนวน 13 รายถูกตั้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาว่าเป็นผู้เกี่ยวพันหรือก่อให้เกิดการใช้ กำลังและความรุนแรง ดังนั้น ข้อเท็จจริง ข้อมูล และพยานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และโดยพฤติเหตุแวดล้อมกับการเสียชีวิตของพลเรือนและทหารในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเกี่ยวพันโดยตรงกับการตั้งข้อกล่าวหาของรัฐบาลไทย นอกจากนี้แล้ว พยานหลักฐานจะเป็นตัวพิสูจน์ว่า รัฐบาลไทยได้ปฏิบัติต่อประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงอย่าง เหมาะสมและโดยสมควรแก่เหตุหรือไม่ และยังเป็นสิ่งที่จะพิสูจน์ว่าการใช้กำลังเข้าสังหารพลเรือนโดยรัฐบาลไทย เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ และการใช้กำลังของรัฐบาลไทยดังกล่าวเป็นเหตุชนวนที่ก่อให้เกิดการใช้ความ รุนแรงหรือไม่ ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นและเกี่ยวข้องโดยตรงในการพิสูจน์ความ บริสุทธิ์ของลูกความของสำนักงานฯ อย่างน้อย 13 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาอย่างร้ายแรงซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหาร ชีวิต

     นอกจากนี้ เป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า ประเทศไทยมีภาระหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศที่จะต้องทำการสอบสวนการกระทำ ความผิดกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ และหากพบว่า มีการกระทำความผิด ประเทศไทยก็มีภาระหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นหลักกฎหมาย aut dedere aut judicar หรือ duty to prosecute or extradite ซึ่งเป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่ระบุไว้โดยชัดแจ้งในสนธิสัญญาแห่งกรุงเจ นีวา ปี 1949 (the Geneva Convention of 1979) ในสนธิสัญญาสหภาพยุโรปว่าด้วยการก่อการร้ายปี 1977 (European Terrorism Convention of 1977) ในสนธิสัญญาว่าด้วยตัวประกัน (Hostages Convention of 1979) ในสนธิสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการประทุษร้ายปี 1984 (Anti-Torture Convention of 1987) และสนธิสัญญาแห่งนครนิวยอร์ค ว่าด้วยอาชญากรรมต่อบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศปี 1973 (the New York Convention of Crime against Internationally Protected Person of 1973)

     การดำเนินการของรัฐบาลไทยที่เป็นการละเมิดหลักประกันต่อพลเรือนว่าจะไม่ถูกกระทำวิสามัญฆาตกรรมและ การกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ตามอำเภอใจ อาจเป็นการกระทำที่เป็นอาชญากรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ แม้ว่าการกระทำต่างๆ ของรัฐบาลจะอ้างว่าเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเหตุกรณีพิเศษ

     ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลไทยจึงมีภาระหน้าที่ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่จะทำการสืบสวนสอบสวน อย่างเต็มที่ ครบถ้วน และเป็นธรรม สำหรับเหตุการณ์ที่มีการสังหารพลเรือนมากกว่า 80 ราย โดยหน่วยงานของรัฐบาลไทยในระหว่างที่มีการใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วย สถานการณ์ฉุกเฉินต่อประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และมีหน้าที่ต้องดำเนินคดีต่อบุคคลใดๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบสั่งการให้มีการดำเนินการ จนเป็นเหตุให้มีการเสียชีวิตของพลเรือนดังกล่าว

     นอกจากนี้ ในสภาวการณ์เช่นนี้ รัฐบาลไทยจะต้องให้องค์กรที่เป็นอิสระและมีความเป็นกลางทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพราะ

     “จะต้องมีการใช้กลไกของฝ่ายบริหารโดยเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เกิดหน้าที่โดยทั่วไปในการตรวจสอบข้อกล่าวหาถึงการละเมิดกฎหมายโดย ทันที โดยละเอียดรอบครอบและอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านทางองค์กรที่เป็นอิสระและมีความเป็นกลาง

     และเป็นหน้าที่ที่ชัดเจนตามหลัก กฎหมายระหว่างประเทศว่า หากการสอบสวนแสดงว่ามีการละเมิดสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองตามสนธิสัญญาหรือ ข้อตกลงระหว่างประเทศ รัฐมีหน้าที่ต้องดำเนินคดีเพื่อทำให้เกิดความยุติธรรม การที่รัฐบาลล้มเหลวในการดำเนินการเช่นนี้

     “อาจถือเป็นการกระทำละเมิดต่อภาระหน้าที่ต่อสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ภาระหน้าที่ของรัฐมีอย่างชัดเจนโดยเฉพาะต่อการละเมิดกฎหมายที่ถือว่าเป็น อาชญากรรมทั้งภายใต้กฎหมายภายในประเทศและภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ เช่น ในเรื่องการประทุษร้ายและการปฏิบัติต่อพลเรือนด้วยความทารุณโหดร้าย ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน (มาตรา 7) และ การฆาตกรรมตามอำเภอใจและเลือกปฏิบัติ (มาตรา 6)”

     นอกจากนี้ ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (the Human Rights Committee of the United Nations) ได้กำหนด

     “อาจมีสถานการณ์ที่หากรัฐไม่ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามมาตรา 2 ของสนธิสัญญาจะนำไปสู่การกระทำอันถือว่าเป็นการละเมิดสนธิสัญญาโดยรัฐ เนื่องจากการที่รัฐปล่อยหรือละเลยที่ใช้มาตรการที่ปฏิบัติภาระหน้าที่ด้วย ความระมัดระวังในการป้องกัน ลงโทษ ตรวจสอบหรือเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดเหล่านั้น”

     ภายใต้หลักการของกฎหมายระหว่าง ประเทศดังกล่าว ลูกความของสำนักงานฯ และคณะทนายความที่ดำเนินการสู้คดีแก่ลูกความเหล่านี้จึงมีสิทธิที่จะร้องขอ และโดยหนังสือฉบับนี้ถือเป็นร้องขอต่อรัฐบาลไทยและท่านให้ดำเนินการดังต่อไป นี้

     1.ให้ท่านดำเนินการผ่านทางองค์กร ที่มีความอิสระและเป็นกลาง สืบสวนสอบสวนถึงการใช้กำลังอาวุธโดยหน่วยงานของรัฐบาลไทยที่กระทำต่อประชาชน ผู้ร่วมการชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงในระหว่างเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2010 ในกรุงเทพฯ (“การชุมนุม”) อย่างเต็มที่ เป็นธรรมและโดยสมบูรณ์

     2.ให้ท่านเก็บรักษาพยานหลักฐาน ต่างๆ ทั้งวัตถุพยาน พยานในทางนิติเวช เอกสาร เทปบันทึกภาพและเสียงที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานราชการของไทยที่ เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม คำร้องขอนี้รวมไปถึงบรรดาพยานหลักฐานของหน่วยงานของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการ เตรียมการ การวางแผน และการปฏิบัติการ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม รวมถึงพยานหลักฐานที่อาจบ่งชี้ถึงการกระทำที่อาจเป็นการผิดกฎหมายอาญา ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร หรือบรรดาแกนนำ นปช. ในส่วนที่เกี่ยวกับการชุมนุม

     3. ขอให้ท่านเปิดเผยรายละเอียดของพยานหลักฐานต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในวรรค 2 ต่อคณะทนายความของลูกความของสำนักงานฯ โดยละเอียดและในทันที คำร้องขอให้เปิดเผยพยานหลักฐานนี้รวมถึงแถลงการณ์จากตำรวจ และ/หรือทหาร รวมทั้งแถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่ของรัฐตามลำดับชั้นของการสั่งการของเจ้า หน้าที่ของรัฐบาลไทยที่เกี่ยวข้องหรือโต้ตอบต่อการชุมนุม

     4.ขอให้ท่านได้อนุญาตและเปิดโอกาสให้ลูกความของสำนักงานฯ โดยการดำเนินการแทนโดยคณะทนายความในการที่จะตรวจสอบ

     ก.บรรดาวัตถุพยานต่างๆ และทำการชันสูตรและวิเคราะห์หลักฐานในทางนิติเวชโดยอิสระ ซึ่งรวมถึงการชันสูตรศพ การทดสอบการใช้ยุทธภัณฑ์ทหาร และการวิเคราะห์วิถีกระสุนที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นใน ระหว่างการชุมนุม

     ข.บรรดาพยานหลักฐานทั้งปวงที่ เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาลูกความของสำนักงาน รวมถึงการสอบปากคำ การไต่สวน คำให้การของพยาน รายงานการชันสูตรและรายงานวิถีกระสุน รายงานของผู้เชี่ยวชาญ และพยานหลักฐานอื่นๆ ที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ รวมถึงแถลงการณ์โดยตำรวจ ทหาร และ/หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวกับการสั่งการในเรื่องการใช้กำลังในการ สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

     ค.บรรดาพยานผู้เชี่ยวชาญและบรรดาพยานอื่นๆ ซึ่งหน่วยงานของรัฐบาลไทยใช้เป็นหลักฐานในการตั้งข้อกล่าวหา และ

     ง.บรรดารายงานผู้เชี่ยวชาญทางทหาร ข้อมูลข่าวกรอง และรายงานการสอบสวนอื่นๆ ที่หน่วยงานของรัฐบาลไทย จัดเตรียมขึ้นมาเพื่อใช้กับการชุมนุมของคนเสื้อแดง

     5. ให้ท่านอนุญาตให้คณะทนายความผู้ดำเนินการแทนลูกความของสำนักงานฯ เข้าร่วมในการสัมภาษณ์การสอบปากคำพยาน หรือการสอบสวนบุคคลใดๆ โดยหน่วยงานของรัฐบาลไทยในการดำเนินการสอบสวน ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ศอฉ. คณะกรรมการฯ หรือคณะทำงานด้านการสืบสวนสอบสวนใดๆ ของทางการในส่วนที่เกี่ยวกับการชุมนุม

     6. ให้ท่านดำเนินการเปิดโอกาสให้คณะทนายความของลูกความของสำนักงานฯ เข้าถึงเพื่อการตรวจสอบเอกสารหลักฐานดังรายการที่ระบุไว้ข้างท้ายนี้ในส่วน ที่เกี่ยวกับการดำเนินการต่อการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

     ก.บรรดาเอกสารของหน่วยงานราชการหรือทหารเกี่ยวกับยุทธวิธีในการจัดการกับการ ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง (ที่เรียกกันว่าเป็น “แผนการหลัก”) จนนำไปสู่เหตุวุ่นวาย

     ข.บรรดาเอกสารของหน่วยงานราชการหรือทางทหารเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ทางการทหารในการจัดการสลายการชุมนุมตามแผนการหลักข้างต้น

     ค.บรรดาเอกสารของหน่วยงานราชการหรือทางทหารเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การปฏิบัติ การของทหารในการจัดการสลายการชุมนุมตามยุทธศาสตร์ทางการทหาร

     จ.บรรดารายงานและการวิเคราะห์ต่างๆ ที่อาจใช้โดยทหาร เพื่อเป็นฐานในการออกคำสั่งในทางปฏิบัติ เพื่อทำการสลายการชุมนุม รวมถึงรายงานข่าวกรองและการวิเคราะห์ความเสี่ยงต่างๆ

     ฉ.บรรดาคำสั่งปฏิบัติการณ์ของหน่วยงานต่างๆ ของกองทัพที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม

     ช.บรรดาข้อมูลที่เกี่ยวกับคำสั่งทั้งด้วยวาจาและที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ สั่งต่อหน่วยงานต่างๆ ของกองทัพเกี่ยวกับการใช้กำลังเพื่อการสลายการชุมนุม

     ซ.บรรดาเอกสารทางการหรือทางทหาร ซึ่งระบุลำดับชั้นของการบังคับบัญชาภายในกองทัพไทยในส่วนที่เกี่ยวกับการสลายการชุมนุม

     ฌ.บรรดาเอกสารทางการหรือทางทหาร ซึ่งระบุการบรรยายสรุปที่จัดต่อหน่วยงานต่างๆ ของกองทัพ รวมถึงหน่วยหน้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม

     ญ.บรรดาเอกสารทางการหรือทางทหาร ซึ่งแสดงถึงหน่วยงานในกองทัพที่มีส่วนเกี่ยวพันโดยเฉพาะเจาะจงในการสลายการ ชุมนุม รวมถึงการอธิบายถึงบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานดังกล่าว

     ฎ.บรรดาเอกสารทางการเมืองหรือทางทหารที่แสดงถึงขั้นตอนการปฏิบัติการที่เป็น มาตรฐานของกองทัพหรือกองกำลังของไทยในการจัดการกับการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงรายงานสถานการณ์เบื้องต้น (first impression report) หรือรายงานหลังเกิดเหตุการณ์ (after action report) ที่มีการจัดทำขึ้นและ

     ฏ.บรรดาเอกสารทางการหรือทางทหารที่อยู่ภายในประเภทที่ระบุไว้ในวรรค 6 (ก) - (ฎ) ข้างต้น ซึ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์อื่นๆ ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับการชุมนุม

     7. ให้ท่านให้คณะทนายความของลูกความของสำนักงานฯ มีโอกาสที่จะเข้าถึงวัตถุพยานและรายงานทางนิติเวชดังต่อไปนี้

     ก.บรรดาข้อมูลทางการแพทย์ของการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของทหาร

     ข.บรรดาข้อมูลทางการแพทย์ของการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของพลเรือน

     ค.การศึกษาและทดสอบวิถีกระสุน

     ง.บันทึกภาพและบันทึกเสียงที่เกี่ยวกับการชุมนุม รวมถึงบันทึกภาพและเสียงของหน่วยงานรัฐบาลไทยในการสลายการชุมนุม

     จ.บรรดาข้อมูลที่เกี่ยวกับคำสั่งที่มีต่อหน่วยงานของกองทัพเรื่องการเข้าถึง ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่พลเรือนในระหว่างการชุมนุม

     ฉ.รายงานการชันสูตรศพ ซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการชุมนุม รวมถึงรายงานการชันสูตรศพที่ทำโดยแพทย์ทางด้านนิติเวชและ

     ช.บรรดาแถลงการณ์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ศอฉ. คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือคณะกรรมการชุดอื่นๆ ที่ตั้งขึ้นโดยรัฐที่เกี่ยวกับการชุมนุม

     8.ให้ท่านดำเนินการให้ความสะดวกแก่คณะทนายความของลูกความของสำนักงาน ในการสัมภาษณ์บุคคลดังต่อไปนี้

     ก.บรรดาผู้บัญชาการผู้บังคับการของหน่วยงานของกองทัพที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติการที่เกี่ยวกับการชุมนุม

     ข.บรรดาผู้นำทางการเมืองที่มีอำนาจสั่งการกองทัพในการเข้าสลายการชุมนุม และ

     ค.บรรดาพยานผู้เชี่ยวชาญที่หน่วยงานของรัฐบาลไทยเชื่อถือ โดยรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์

     สำนักงานฯ หวังว่ารัฐบาลไทยจะปฏิบัติหน้าที่ตามภาระหน้าที่ที่มีและผูกพันไว้ภายใต้ กฎหมายระหว่างประเทศ และด้วยเหตุนี้ เราจะรอฟังคำตอบจากท่านภายใน 10 วันข้างหน้า

http://www.siamrath.co.th/?q=node/40011



--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com

ฮือฮา!เงินเบี้ยเลี้ยงทหารศอฉ.มากกว่าทหาร 3 จ.ใต้

ฮือฮา!เงินเบี้ยเลี้ยงทหารศอฉ.มากกว่าทหาร 3 จ.ใต้

กมธ.ทหาร ถกงบศอฉ. ชี้เกิดความเหลื่อมล้ำในกองทัพสูง เหตุเบี้ยเลี้ยงทหาร-ตร.ในกทม.มากกว่าภาคใต้ ด้าน สำนักงบฯ รับมีการเบิกจ่ายไปแล้วมากกว่าพันล้าน แจง มีหน้าที่จ่ายอย่างเดียวหลังกองทัพตกลงกับคลัง เตรียมเรียกคลังมาชี้แจง

     ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยเป็นประธาน เป็นการพิจารณาเรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ ประมาณ 2553 ในส่วนของงบกลาง ซึ่งทางกมธ.ให้ความสนใจในประเด็นการเบิกจ่ายงบประมาณของศูนย์อำนวยการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

     ทั้งนี้ การประชุมกมธ.ส่วนใหญ่ได้สอบถามตัวแทนจากสำนักงบประมาณว่าตั้งแต่มีการ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและตั้งศอฉ. ขึ้นมามีการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อใช้ในการบริหารจัดการไปแล้วทั้งหมดเท่าไหน และสอบถามว่าทำไมตัวเลขเบี้ยเลี้ยงของกำลังพลทหารและตำรวจที่ทำงานให้กับ ศอฉ. กับผู้ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงแตกต่างกันมากเพราะ กำลังพลของศอฉ.ได้รับวัน 400 บาท ขณะที่ในพื้นที่ภาคใต้ได้เพียง 210 บาทเท่านั้น  

     โดยผู้ที่มาชี้แจงประกอบด้วย นายธรรมศักดิ์ สัมพันธ์สันติกุล ผอ.สำนักจัดทำงบประมาณด้านบริหาร นาง ดวงตา ตันโช ผอ.ส่วนสำนักนโยบายและงบกลาง น.ส. กัลยา ฟองสมุทร ผอ.สำนักจัดทำงบประมาณด้านความมั่นคง และ นาย สารสิน ศิริถาพร ผอ.ส่วนงบประมาณกลาโหม ชี้แจงไปในทางเดียวกันว่ายังไม่ได้สรุปตัวเลขงบประมาณดังกล่าวอย่างเป็นทาง การเพราะตอนนี้ ศอฉ.ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่แต่คาดว่าน่าจะมากกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนเรื่องเบี้ยเลี้ยงนั้นเป็นข้อตกลงที่กองทัพบกและหน่วยงานความมั่นคงได้ มาทำความตกลงไว้กับกระทรวงการคลังและเสนอมาให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณ ให้ตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้

      พ.ต.ท.สมชาย กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมกมธ.ในสัปดาห์หน้าวันที่ 8 ก.ค.จะเชิญผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง การคลังมาชี้แจงมาชี้แจงถึงความจำเป็นในการจัดสรรงบประมาณจำนวนมากให้กับศอฉ .ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ เพราะส่วนตัวเห็นว่าการยังบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตอนนี้เป็นการทำให้สิ้นเปลืองภาษี ของประชาชนโดยไม่จำเป็นจากการที่ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้กับกำลังพลของศอ ฉ.กว่า 6 หมื่นนายในช่วงที่สถานการณ์คลี่คลายไปแล้ว

     “ประเด็นที่สำคัญ คือ กระทรวงการคลังและรัฐบาลไม่ควรปล่อยให้เกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องตัวเบี้ย เลี้ยงของกำลังพลมากมายขนาดนี้เพราะจะกระทบต่อขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ากำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่สาม จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเสี่ยงมากกว่า” พ.ต.ท.สมชาย กล่าว

http://www.siamrath.co.th/?q=node/39920



--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร? เรื่อง งานลับอเมริกัน โดย กาหลิบ




« เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2010, 06:15:32 PM »


งาน ลับอเมริกัน โดย กาหลิบ
 


คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?
เรื่อง งานลับอเมริกัน
โดย กาหลิบ

ไม่นานมานี้ นักการทูตคนสำคัญของสหรัฐอเมริกาเข้าไปนั่งคุยลับๆ กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าก่อนว่าจะมาพูดอะไร ซึ่งออกจะผิดธรรมเนียมอยู่

และที่น่าสังเกตมากก็คือ ไร้วี่แววของ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีหน้าที่แบบนี้โดยตรง แหล่งข่าวจึงสันนิษฐานว่างานนี้นายกษิตฯ ไม่ได้รับเชิญเข้าร่วม

ตัวแทนของวอชิงตันแกก็พูดตรง เมื่อเจอหน้าอภิสิทธิ์แล้วแกก็บอกว่ามาพูดสองเรื่องเท่านั้น

เรื่องแรกคือการสั่งปราบปรามประชาชนด้วยอาวุธ สงคราม

อภิสิทธิ์ ถามว่าวอชิงตันว่าอย่างไร

ทูตตอบ ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำนั้นและจะยุติการสนับสนุนรัฐบาลไทยทันทีหากเกิดเหตุ ซ้ำสองขึ้นอีก

อภิสิทธิ์ ถามว่า สหรัฐฯ ก็ออกแถลงการณ์มิใช่หรือว่า ไม่เห็นด้วยกับการก่อการร้าย เหตุไฉนการต่อต้านการก่อการร้ายจึงกลับกลายเป็นเรื่องผิดในสายตาสหรัฐฯ ขึ้นมา

ทูตไม่ตอบคำถาม แต่เน้นย้ำว่าการใช้อาวุธสงครามและการปราบปรามประชาชนที่ผ่านมา ชาติของเขาไม่อาจจะยอมรับได้ และเน้นย้ำว่าคราวต่อไปเขาจะแสดงออกอย่างเปิดเผยนะ
ฝ่าย ไทยถาม แล้วประเด็นที่สองคืออะไร

ให้ เลิกไล่ล่าทักษิณได้แล้ว ฝ่ายสหรัฐฯ ตอบ เพราะตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ถือกำเนิดขึ้น งานล่าตัวอดีตนายกรัฐมนตรีกลายเป็นหัวใจของรัฐบาล แทนการบริหารประเทศ นายกรัฐมนตรีและทีมงานรอบตัวให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเกินไป จนความสงบสุขเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ รัฐบาลและผู้สนับสนุนรัฐบาลจะอับปางลงในที่สุด

อภิสิทธิ์ ฟังแล้วก็เงียบ ครั้นจะอธิบายชวนเชื่อแบบไทยๆ ว่าอดีตนายกฯ เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายและทั้งสองเรื่องเป็นประเด็นเดียวกัน ก็เกรงว่าสหรัฐฯ จะงัดหลักฐานที่ฝ่ายเขาก็รวบรวมไว้เหมือนกันออกมาแสดงจนหน้าแตกสลาย

พูดสอง ประเด็นครบแล้วทูตก็ลากลับ

ถามว่า เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ นี้ มีความหมายอย่างไร โดยเฉพาะต่อขบวนประชาธิปไตย เราคงจะแยกได้เป็นข้อๆ

งานนี้ ไม่ได้แปลว่าสหรัฐอเมริกาเกิดจะเป็นคนดีขึ้นมา หลังจากที่ออกแรงสนับสนุนระบอบชั่วในเมืองไทยเพราะมีข้อตกลงลับอันยาวนาน ระหว่างกันตั้งแต่สงครามเย็น แต่เนื่องมาจากพฤติกรรมที่ไม่เห็นแก่ชีวิตจิตใจของเพื่อนร่วมโลก อย่างที่แสดงออกอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๒ ,๑๐ เมษายน และ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นมาจนทำให้น้ำกระเพื่อมทั่วแผ่นดินไทย ทำให้วอชิงตันประเมินสถานการณ์ว่าระบอบไทยกำลังพาตัวเองเข้าสู่มุมอับ

ความ วินาศของระบอบไทยอาจทำให้ผลประโยชน์อันล้นพ้นของสหรัฐฯ ในย่านนี้เสียไปได้ คำเตือนจึงมาถึง
ไม่ได้แปลว่าหันเหกลับมาสนับสนุนฝ่ายประชาชนในบัดนี้ แต่อย่างใด

อีกประการหนึ่งคำเตือนในคราวนี้ไม่ใช่พูดกับนาย อภิสิทธิ์ฯ แต่เป็นการฝากผ่านไปถึงคนที่ใส่โปรแกรมจนฝังหัวของนายอภิสิทธิ์ฯ ว่า การประหัตประหารพี่น้องร่วมชาติเพียงเพราะเขาเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็น มนุษย์และรักประชาธิปไตย เป็นเรื่องถูกต้องและสมควรได้รับรางวัล

ก็คือ เตือนไปถึงยอดของระบอบไทยว่ารู้จักเห็นคุณค่าความเป็นคนของคนอื่นเขาบ้าง นั่นล่ะ
 
เตือนแล้วจะได้ผลแค่ไหนแล้วแต่ความพิการทางใจของคนที่ถูกเตือน

ข้อสำคัญคือเมื่อทำอะไรเกินเลยไปแล้วก็เท่ากับฆ่าตัวตายช้าๆ อยู่ทุกวันจนแม้ แต่สปอนเซอร์ของตัวแท้ๆ เขายังเห็น

 
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com